aLiTTle LiFE

เสียน้ำตาที่จุฬาลงกรณ์

Posted by: nevikup on: พฤษภาคม 5, 2008

มันเริ่มต้นจากอาการ “สะอึก”  คิดว่าหลายคนน่าจะเคยเป็นนะ อาการนี้ มันก็แค่อาการกินข้าวคำโตเกินไป แล้วติดคอ สะอึก 2-3 ที ก็น่าจะหาย หรือถ้าเป็นมากกว่านั้น ก็มีวิธีทำให้หายได้โดยหลายวิธี เช่น ดื่มน้ำคำโตๆ หรือกลั้นหายใจดื่มน้ำ หรืออมน้ำไว้แล้วก้มลงดื่มน้ำ ฯลฯ อาการสะอึกก็จะหายไป 

แต่สำหรับผม..มันไม่หาย !!

อาการมันเกิดขึ้นในตอนบ่ายของวันพุธที่ 24 หลังจากผมทานอาหารเที่ยง และตบท้ายด้วยสัปปะรด เกิดอาการเรอมาก่อน 2-3 ที และต่อมาด้วยอาการสะอึกอย่างต่อเนื่อง วันนั้น ผมผ่านมันไปอย่างยากเย็น กลางคืนกว่าจะข่มตาหลับ พอจะหลับอาการสะอึกก็ปลุกให้ตื่น เป็นอย่างนี้อยู่ทั้งคืน เช้ามามีผลทันที ทั้งปวดหัว ทั้งสะอึก จำต้องลางานครึ่งวันเพื่อไปหาหมอ..

หมอฟังอาการที่ผมเล่าไป อมยิ้มไป ก็ผมพูดไปสะอึกไปตลอดเวลา หมอสรุปว่า เกิดจากอาการที่กระพังลมทำงานผิดปกติ หมอจะฉีดยา และให้ยาไปทาน 

เข็มเล็กแหลมถูกแทงลงไปที่แขนขวาใกล้จุดที่บริจาคเลือด ผมใจชื้น..อาการสะอึกหายไป แต่อาการดีใจนี่อยู่กับผมได้ไม่นาน ไม่ถึงชั่วโมง อาการสะอึกก็มาอีก คราวนี้ รุนแรงขึ้นกว่าเดิม เหมือนมันโกรธผมที่ผมไปฟ้องหมอ แล้วหมอฉีดยาใส่มัน ผมสะอึกถี่ขึ้นจนหายใจลำบาก แน่นหน้าอก !

คืนนั้นเป็นอีกคืนที่แสนทรมาน ผมนอนหลับๆตื่นๆ จะหลับมันก็ตื่น จะตื่นมันก็จะหลับ สะอึกจนเจ็บคอ ปวดหู…เช้าวันต่อมา จึงไปคลีนิคใกล้บ้าน เลี่ยงการไปโรงพยาบาล ด้วยเกรงจะช้าด้วยการรอคิวนาน..

คุณหมอคลีนิคชื่อดัง จ่ายยาให้ผม 3 ชนิดโดยไม่ฉีดยา แต่ผมเหลือบดูแล้ว ยาเหล่านี้ก็ยาเดียวกันกับที่ผมพึ่งได้จากโรงพยาบาลเมื่อวานนี้ ต่างแต่ว่า ที่นี่ผมต้องจ่ายค่ายาถึง 900 บาท เมื่อวานใช้ประกันสังคม..ฟรี !

ยาจากคุณหมอที่คลีนิคไม่ได้ทำให้ผมมีชีวิตที่ดีขึ้น มิหนำซ้ำผลของมัน ทำให้ผมอาเจียน ทานอะไรไม่ได้เลยย … คือ มันน่าจะหนักกว่าเดิม วันต่อมาจึงตัดสินใจไปยังโรงพยาบาลเดิมที่ไปเมื่อครั้งแรก (โรงพยาบาลในประกันสังคม) พบกับหมอคนใหม่ หน้าตาคล้ายมดดำจนน่าตกใจ (กลัวว่าแทนที่จะรักษา จะมาแฉดาราให้ฟัง) หมอคนนี้ก็พูดเหมือนหมอคนอื่นๆ ที่ผ่านมา และจ่ายยาขนานเดียวกัน แถมด้วยการฉีดกันให้อีก 1 ที แต่คราวนี้ ฉีดแล้วไม่หายสะอึกครับบ..บ

ถึงตอนนี้ เข้าสู่วันที่ 7 ของอาการสะอึกแล้ว ขณะกำลังหาโรงพยาบาลที่จะรักษาต่อ มีคนแนะนำโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ว่า ที่นั่นอุดมด้วยอาจารย์หมอ และนักเรียนแพทย์ที่มากประสบการณ์ อาจเคยเจอเคทแบบนีั้ ผมปรี่ไปในทันที ขณะนั้นเป็นเวลาเย็น จึงเป็นคลีนิคนอกเวลา นั่งรอนานหน่อย แต่ก็พอทนได้ รอหลายชั่วโมง แต่พอเจอหมอ หมอให้ทานน้ำ 1 แก้ว ด้วยวิธีของหมอเอง…ดั่งน้ำเสกด้วยมนต์คาถาครับ ..อาการสะอึกหายเป็นปลิดทิ้ง ผมยิ้มได้ คุณหมอบอกว่า อาการแบบนี้ผมเจอมาเยอะแล้ววว ถ้าไม่หายพรุ่งนี้มาหาใหม่ได้เลย หมอมีอีกหลายวิธี วันนั้นคุณหมอไม่ได้สั่งยา แต่ผมต้องจ่ายค่ารักษา 400 บาท คิดว่าคุ้มครับ ถ้าหายสะอึก

ตกดึกของวันนั้น อาการสะอึกมาเยือนผมอีกครั้ง..นี่มันอะไรกัน

ตี 5 กว่าของอีกวัน ผมนอนไม่หลับเลยเมื่อคืน ตื่นนอน อาบน้ำ แต่งตัว กลับไปหาหมอคนเดิมที่จุฬา ก็หมอบอกว่า ถ้าไม่หายให้มาหาเขานิ ถ้าใคนไม่เคยไปรพ.จุฬา ลองไปสักครั้งครับ ไปแต่เช้าเลย คนเป็นพัน ไปรอก่อนรพ.เปิดทำการซะอีก ผมรอคิวตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนกระทั่งได้พบหมอตอนเกือบเที่ยง วันนี้คุณหมอคนเดิมพานักศึกษาน่ารักมานั่งข้างๆด้วย คือ พามาออกสนามเพื่อสอนนั่นแหละ ด้วยอาการเขินนศ.น่ารักคนนั้นหรืออย่างไรไม่ทราบ อาการสะอึกหายไป หมอบอกว่า อาการสะอึกหายแล้ว ถ้าไม่สะอึกอย่างนี้หมอไม่รู้จะรักษายังไง ให้ออกไปรอก่อนจนกว่าจะสะอึกถึงมาหาหมอใหม่ .. ผมก็ออกจากห้องหมอไป เดินไปเดินมาไม่ถึงชม.อาการสะอึกมาอีกแล้วครับ..ผมปรี่ไปหาหมอ โดยลัดคิวอย่างเสียมารยาท ผลคือ ถูกหมอไล่ออกมาโดยอ้างว่า เคทของผมต้องคุยกันยาว ออกไปรอข้างนอกก่อน.. ผมก็เดินคอตกสะอึกมารอข้างนอกเช่นเคย จนคนไข้คนสุดท้ายของหมอล่าถอยไป ผมก้าวเข้าไปในห้อง..หมอบอกว่า อาการของผมไม่รู้จะรักษาอย่างไรเช่นกัน เอางี้ หมอจะส่งตัวไปยังอีกแผนกหนึ่งให้เขาตรวจทางเดินอาหาร ~  โถ่..หมอ ถ้าหมอจะส่งผมไปให้อีกแผนกเขาตรวจ แล้วจะให้ผมนั่งรอหมอทำไม? แล้วกว่าจะผมไปอีกแผนก กว่าจะได้คิว ผมไม่สะอึกตายก่อนเหรอครับ ..ผมบ่นรำพันในใจอย่างอัดอั้น

เดินคอตกมาชั้นล่าง แผนกที่หมอส่งผมมา โดยถือเอกสารส่งตัวมาด้วย ปรากฏว่าในเอกสารนั้น ไม่มีบันทึกประวัติการตรวจของผมเลย ผมถูกไล่กลับขึ้นมาหาหมอคนเดิม เพื่อให้บันทึกประวัติการตรวจ …แต่หมอคนเดิมนั้นหายไปแล้ววววว โชคดีได้หมอสาวคนหนึี่งที่กำลังจะกลับพอดี ตรวจให้ เธอก็บ่นๆว่า ทำไมถึงทิ้งคนไข้

จากนั้นถึงได้มานั่งรอคิวตรวจทางเดินอาหารที่ชั้นล่าง ลงมาจากชั้น 13 คิวยาวมากกกกกกก ผมนั่งไปสะอึกไป ทีแรกนางพยาบาลบอกว่า วันนี้ไม่มีคิวแล้ว คนไข้เยอะ แต่คงสมเพชอาการสะอึกจนน้ำตาเล็ดของผมจึงยอมให้ผมตรวจอีกคน ..นั่งรอตั้งแต่เที่ยงจนบ่าย 4 โมง กอรปกับอาหารตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย ..นั่งรอหมอไป ก็คิดไปว่า ถึงพบหมอ หมอคงพูดเหมือนหมอคนอื่นๆ และคงจ่ายยาแบบเดิม ซึ่งไม่ได้หายดีอะไรเลยย คิดไปคิดมา ก็ให้เกิดความรันทดหมดหวังในชีวิต สงสารตัวเองว่าเป็นโรคอะไร คิดไปคิดมา น้ำตาก็ไหล ร้องไห้ฟูมฟาย กลางโรงพยาบาล

ร้องไห้ไปสักพัก..พอหยุดร้อง เอ่ะ…อาการสะอึกหายไป???

ผมแอบดีใจ แต่ก็ไม่กล้าดีใจมาก เพราะที่ผ่านมา ไม่ถึงชม.อาการสะอึกก็มาอีก
พอถึงคิวก็เข้าไปตรวจ คราวนี้หมอตรวจละเอียด ซักถามอย่างละเอียดกว่าทุกหมอที่เคยเจอมา แต่ก็นั่นแหละ ผมไม่ได้สะอึกแล้ว หมอเลยไม่ได้ใช้เครื่องมือตรวจทางเดินอาหาร ..เย็นวันนั้นกลับบ้าน

ด้วยความกลัวอาการสะอึกจะมาอีก ก็ไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม ไม่กล้ากินอะไรมาก จากวันนั้น (24 เม.ย 2551) ถึงวันนี้ อาการสะอึกก็ไม่ได้มาอีกเลย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผมทานยาของหมอด้วย

ยาของหมอทั้งหลายทั้งปวง คงสู้น้ำตาที่เสียที่รพ.จุฬาไม่ได้
ร้องไห้ด้วยความรู้สึกจากใจจริงๆ ..ช่วยได้จริงๆ

ถึงจะเป็นการเสียน้ำตา แต่ถ้ารักษาหาย ผมยอม. 

3 Responses ถึง "เสียน้ำตาที่จุฬาลงกรณ์"

อาการสะอึกแบบหฤโหดแบบนี้ มีด้วยเหรอ
เพิ่งเคยอ่านเจอนะเนี่ย
น่าสงสารจริงๆๆ

เฮอ ๆ สงสัยจะเป็นโรคเวรโรคกรรม พอเสียน้ำตาอย่างสุดซึ้ง เจ้ากรรมนายเวรถึงอภัยให้ (งมงายซะ)

เราก็เป็นเหมือนกันเพิ่งจะเริ่มเป็นเมื่อวานแต่เราเหมือนทั้งเรอทั้งสะอึก จนเมื่อวานเกือบหายใจไม่ออก หมดแรงที่จะสะอึกต่อไป เลยไปหาหมอมา หมอที่โรงพยาบาลก็ให้ฉีดยาเข็มนึงเราก็หลับไปหลังจากตื่นมาอาการดีขึ้นนะ วันนี้ไม่ค่อยเป็นอีกจนตอนนี้ที่เริ่มกลับมาเป็นอีก ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมแต่มันทรมานมากเลย บางทีมันเหนื่อยหมดแรงจนอยากให้หลับไปเลยซะจะดีกว่า ถ้าัยังไงช่วยบอกได้ไหมว่ารักษากะหมอคนไหนแล้วหายและดีสุดเพราะตอนนี้เราก็หาทางแก้อยู่ แต่ก็ไม่เจอซักที ยังไงช่วยติดต่อกลับ roamly@gmail.com ด้วยนะคะ ขอบคุณมากคะ

ใส่ความเห็น