Posted by: nevikup on: มีนาคม 31, 2006
หลายครั้งที่เกือบเผลอตอบคำถามจากผู้ถามที่ไม่ได้ถามเรา..
เขาถาม พูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม หันหน้ามาที่เรา แต่สายตากลับกลอกเหมือนไม่เห็นเรา กำลังคิดทวนคำถาม เพื่อจะตอบอย่างผู้มีมารยาท ก็พลันเห็นชุดหูฟังกับโทรศัพท์มือถือ จึงเข้าใจในบัดดล
อาการลักษณะนี้เกิดกับหลายๆคน แต่เราจะไม่รู้สึกว่าเขาคุยกับเราเลย ถ้าเขาทำงานที่ไม่ต้องพบกับคนอื่น คือทำงานคนเดิียว กินข้าวคนเดียว เดินคนเดียว (ดูปานคนบ้า เดินคนเดียวหัวร่อต่อกระซิก ถึงแม้จะเห็นชุดหูฟังเล็กๆที่ข้างหูก็เถอะ) แต่ล่าสุดที่ผมพบ คือกระเป๋ารถเมล์
กระเป๋ารถเมล์หญิง เดินเก็บค่าโดยสารพลาง คุยโทรศัพท์โดยใช้ชุดหูฟังพลาง พอผมถลันตัวขึ้นรถเมล์คันดังกล่าว เทอก็ถีบตัวเองเข้าประชิดทันที
“ที่ไหนเหรอ..??”
“อ่ะ ..เอ่อ” ตกใจเล็กน้อยที่เธอรีบมาเก็บตังค์ไวขนาดนั้น โดยไม่ทันตั้งตัว “ท่าเรื่อสี่พระยา..” ตอบคำถามทั้งที่ยังงงๆ รถเมล์แดง เขาต้องบอกจุดหมายท่ีจะไปด้วยเหรอ
“เฮ้ย..ไปไม่ได้หรอก ผัวกูรู้เอาตายเลย” เฮ้ย แค่จะไปสี่พระยามันกระทบกระเทือนถึงชีวิตครอบครัวเมิงเลยเหรอ ขณะกำลังวุ่นวายอยู่กับการสาละวนหาเศษเหรียญค่าโดยสาร จึงไม่ทันมองว่าหล่อนพูดกับใคร ขณะจะตอบคำถามหล่อนอีกครั้ง ก็พลันรู้ว่าตัวเองพลาดท่าเสียแล้ว
“อือๆๆๆ เดี๋ยวกูจะพยายามก็แล้วกัน แค่นี้ก่อนน๊ะ” พอการสนทนาจบลง เธอเปลี่ยนสีหน้าทันที จากยิ้มแย้มกลายเป็นยั่วะยิ่ง เพราะผมยังหาเหรียญไม่ครบ แต่สุดท้ายผมก็ผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้อย่างเซง
เหตุการณ์ลักษณะนี้ เข้าใจว่ามิได้เกิดขึ้นกับผมคนเดียว หลายๆคนก็ประสบมาบ้างแล้ว องค์กรใหญ่ๆ ก็ไม่นิ่งดูดาย เครือข่ายโทรศัพท์แห่งหนึ่ง ก็ได้ทำโฆษณาที่มีสโลแกนว่า “คุยกันอย่างพอดี” ผมเห็นโฆษณาชิ้นนี้แล้ว ก็เห็นด้วย
การคุยโทรศัพท์เกินกว่าครึ่ง [...]